ฝ้า กระ และจุดด่างดำ เป็นปัญหาผิวหน้าที่พบบ่อยในคนไทย ซึ่งส่งผลกระทบต่อความมั่นใจและคุณภาพชีวิต การรักษาอย่างถูกวิธีและเข้าใจถึงสาเหตุเป็นกุญแจสำคัญในการแก้ปัญหาอย่างตรงจุดและได้ผลระยะยาว มาทำความเข้าใจและเรียนรู้วิธีการรักษาที่ได้ผลจริงไปด้วยกัน

ทำความเข้าใจความแตกต่าง: ฝ้า กระ และจุดด่างดำ
ก่อนเริ่มการรักษา เราควรเข้าใจความแตกต่างของฝ้า กระ และจุดด่างดำแต่ละประเภท เพื่อการรักษาที่ตรงจุดและมีประสิทธิภาพ:
จุดด่างดำขนาดใหญ่ ขอบไม่ชัด
ฝ้าเป็นภาวะที่มีการสร้างเม็ดสีเมลานินมากเกินไป ทำให้เกิดจุดด่างดำขนาดใหญ่ที่มีขอบไม่ชัดเจน มักพบบริเวณแก้ม หน้าผาก จมูก และริมฝีปากบน
- เกิดจากฮอร์โมน แสงแดด และพันธุกรรม
- พบมากในผู้หญิงวัย 30-40 ปีขึ้นไป
- มีลักษณะเป็นรูปผีเสื้อตรงกลางใบหน้า
จุดสีน้ำตาลขนาดเล็ก
กระเป็นจุดสีน้ำตาลขนาดเล็กที่เกิดจากการสร้างเม็ดสีเมลานินในบริเวณเฉพาะจุด มักมีลักษณะกระจายบริเวณใบหน้า โดยเฉพาะแก้มและจมูก
- มีสาเหตุหลักจากพันธุกรรมและแสงแดด
- มักพบในคนผิวขาว มีขนาดเล็กกว่าฝ้า
- อาจจางลงในช่วงฤดูหนาวและเข้มขึ้นเมื่อถูกแดด
รอยดำหลังการอักเสบ
จุดด่างดำหรือ Post-inflammatory Hyperpigmentation (PIH) เกิดหลังจากการอักเสบของผิว เช่น หลังเป็นสิว แผล หรือผื่นแพ้ต่างๆ
- มักเกิดหลังการอักเสบของผิวหนัง
- มีขอบเขตชัดเจนกว่าฝ้า
- สามารถเกิดได้ทุกวัยและทุกสีผิว
สาเหตุและปัจจัยกระตุ้น

การเข้าใจสาเหตุและปัจจัยกระตุ้นเป็นกุญแจสำคัญในการป้องกันและรักษาฝ้า กระ และจุดด่างดำอย่างมีประสิทธิภาพ:
- รังสี UV จากแสงแดด - ตัวการสำคัญที่กระตุ้นการสร้างเม็ดสีเมลานินและทำให้ฝ้า กระเข้มขึ้น
- ฮอร์โมน - การเปลี่ยนแปลงฮอร์โมน เช่น ในช่วงตั้งครรภ์ การใช้ยาคุมกำเนิด หรือวัยทอง
- พันธุกรรม - ปัจจัยทางพันธุกรรมที่ทำให้บางคนมีแนวโน้มเกิดฝ้าหรือกระได้ง่าย
- การอักเสบ - การระคายเคืองหรืออักเสบของผิวจากสิว การแพ้ผลิตภัณฑ์ หรือการบาดเจ็บ
- การสูบบุหรี่ - ทำให้เกิดอนุมูลอิสระ ส่งผลต่อเซลล์ผิวและกระตุ้นเม็ดสี
- ยาและสารเคมี - ยาบางชนิดและสารเคมีสามารถกระตุ้นให้เกิดจุดด่างดำได้
รู้หรือไม่?
แสงจากจอคอมพิวเตอร์ สมาร์ทโฟน และแสงในร่ม (Indoor Light) ก็สามารถกระตุ้นให้เกิดฝ้าและจุดด่างดำได้เช่นกัน แม้ว่าจะไม่รุนแรงเท่าแสงแดดโดยตรง แต่การสัมผัสเป็นเวลานานทุกวันก็สามารถสะสมและส่งผลกระทบได้
การดูแลและป้องกันที่บ้าน
การดูแลและป้องกันที่ถูกต้องเป็นขั้นตอนแรกในการรักษาฝ้า กระ และจุดด่างดำ โดยสามารถทำได้ง่ายๆ ด้วยตัวเองที่บ้าน:
สิ่งที่ควรทำ
ป้องกันแสงแดด
ทาครีมกันแดด SPF 50+ PA++++ ทุกวัน แม้อยู่ในร่ม และทาซ้ำทุก 2-3 ชั่วโมง
ใช้ผลิตภัณฑ์ปรับสีผิว
เลือกผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของวิตามินซี, นิอาซินาไมด์, อาร์บูติน, หรือโคจิก แอซิด
เพิ่มความชุ่มชื้น
ดูแลให้ผิวชุ่มชื้นอยู่เสมอ เพื่อช่วยให้การฟื้นฟูผิวทำงานได้ดีขึ้น
สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง
ขัดผิวแรงๆ
การขัดหรือถูผิวแรงๆ อาจกระตุ้นการอักเสบและทำให้จุดด่างดำเพิ่มขึ้น
แกะหรือบีบสิว
การบีบหรือแกะสิวจะทำให้เกิดการอักเสบและเกิดรอยดำตามมา
การอบไอน้ำบ่อยๆ
ความร้อนจากการอบไอน้ำอาจกระตุ้นเม็ดสีและทำให้ฝ้าเข้มขึ้น
เคล็ดลับการเลือกครีมกันแดด
สำหรับคนที่มีปัญหาฝ้าหรือจุดด่างดำ ควรเลือกครีมกันแดดที่มี Physical Sunscreen (Zinc Oxide, Titanium Dioxide) ซึ่งช่วยป้องกันทั้งรังสี UVA, UVB และแสงสีน้ำเงิน (Blue Light) ซึ่งล้วนกระตุ้นการเกิดฝ้าและจุดด่างดำทั้งสิ้น
การรักษาโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

การรักษาฝ้า กระ และจุดด่างดำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะให้ผลลัพธ์ที่ดีและรวดเร็วกว่าการรักษาด้วยตัวเอง โดยมีวิธีการรักษาที่หลากหลาย:
วิธีการรักษา | เหมาะกับ | ข้อดี | การพักฟื้น |
---|---|---|---|
Q-Switched Laser | ฝ้า, จุดด่างดำ | ผลลัพธ์ชัดเจน, ไม่ทำลายผิวชั้นนอก | 1-2 วัน (ผิวแดงเล็กน้อย) |
Fractional Laser | ฝ้าลึก, จุดด่างดำดื้อรักษา | รักษาฝ้าลึก, ปรับสภาพผิวโดยรวม | 3-5 วัน (ผิวแดงและลอก) |
Chemical Peeling | กระ, จุดด่างดำตื้น | ผลัดเซลล์ผิวเก่า, ราคาคุ้มค่า | 1-7 วัน (ขึ้นกับความเข้มข้น) |
Intense Pulsed Light (IPL) | กระ, รอยแดง | ลดรอยแดง, ลดการก่อตัวของเม็ดสี | 1-2 วัน (ผิวแดงเล็กน้อย) |
Vitamin C Infusion | ฝ้า, ผิวหมองคล้ำ | ปลอดภัย, ไม่มีดาวน์ไทม์ | ไม่มี (ทำแล้วไปไหนต่อได้) |
Microneedling | จุดด่างดำหลังการอักเสบ | ช่วยให้ผลิตภัณฑ์ซึมลึก, กระตุ้นคอลลาเจน | 1-3 วัน (ผิวแดงและบวมเล็กน้อย) |
ทรีตเมนต์เฉพาะทางที่ D Care Clinic
D Care Clinic มีทรีตเมนต์เฉพาะทางสำหรับรักษาฝ้า กระ และจุดด่างดำ โดยใช้เทคโนโลยีทันสมัย และดูแลโดยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ:
ทรีตเมนต์แนะนำ
Melasma Laser Program
รักษาฝ้าด้วยเลเซอร์เฉพาะจุด ช่วยลดเม็ดสีเมลานินที่สะสมใต้ผิว
Vitamin C Infusion
นวัตกรรมนำส่งวิตามินซีเข้มข้นสู่ชั้นผิว ช่วยยับยั้งการสร้างเม็ดสี
Brightening Facial
ทรีตเมนต์หน้าใสด้วยสารสกัดพิเศษที่ช่วยปรับสีผิวให้สม่ำเสมอ
ผลลัพธ์การรักษาจริง




การรักษาต่อเนื่อง
ฝ้า กระ และจุดด่างดำเป็นปัญหาที่ต้องรักษาอย่างต่อเนื่องและป้องกันการกลับมาใหม่ ควรทำทรีตเมนต์อย่างสม่ำเสมอและดูแลป้องกันตามคำแนะนำของแพทย์ โดยทั่วไปจะเห็นผลชัดเจนหลังการรักษา 3-6 ครั้ง ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของปัญหา
การดูแลหลังการรักษา
การดูแลหลังการรักษาเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้ผลลัพธ์ดียิ่งขึ้นและป้องกันการกลับมาของฝ้า กระ และจุดด่างดำ:
- เข้มงวดกับการกันแดด - ทาครีมกันแดด SPF 50+ ทุก 2-3 ชั่วโมง และหลีกเลี่ยงแสงแดดโดยตรง
- ใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงที่แพทย์แนะนำ - ผลิตภัณฑ์เฉพาะทางจะช่วยเสริมการรักษาและป้องกันการกลับมา
- ทำทรีตเมนต์ตามกำหนด - ทำทรีตเมนต์อย่างต่อเนื่องตามแผนการรักษาที่แพทย์กำหนด
- ควบคุมฮอร์โมน - ปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับการใช้ยาคุมหรือฮอร์โมนทดแทนที่อาจกระตุ้นฝ้า
- งดบุหรี่และแอลกอฮอล์ - สารเหล่านี้กระตุ้นการสร้างอนุมูลอิสระและเม็ดสีในผิว
พร้อมเริ่มต้นการรักษาฝ้า กระ และจุดด่างดำแบบมืออาชีพ?
ที่ D Care Clinic เรามีโปรแกรมการรักษาฝ้า กระ และจุดด่างดำที่ออกแบบเฉพาะสำหรับผิวของคุณ ด้วยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและเทคโนโลยีล่าสุด
จองปรึกษาฟรี
รับการวิเคราะห์ผิวและวางแผนการรักษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย
โปรโมชั่นพิเศษ
ลด 15% สำหรับคอร์สรักษาฝ้าและจุดด่างดำ เมื่อจองภายในเดือนนี้
ของขวัญพิเศษ
รับชุดผลิตภัณฑ์บำรุงผิวมูลค่า 2,500 บาท เมื่อสมัครคอร์ส